ทำอะไรได้บ้างกับ น้ำตาลมะพร้าว – ไอเดียเร็ว สด และอร่อย

ไม่รู้จะทำอะไรกับ น้ำตาลมะพร้าว? ลองสูตรอาหารที่รวดเร็ว สุขภาพดี และถูกใจทุกคนเหล่านี้ดูสิ

สูตรอาหารที่มี น้ำตาลมะพร้าว

Image
สะเต๊ะไก่และหมูราดซอสถั่ว

สะเต๊ะรสเลิศที่ผสมผสานไก่เนื้อนุ่มชั้นดีและหมูสามชั้นหั่นชิ้นหนานุ่ม หมักด้วยซอสหมักสะเต๊ะหอมกรุ่น ทุกคำสัมผัสของเนื้อย่างเคลือบทองอร่ามและซอสถั่วเข้มข้น ผสมผสานกับความหวานตามธรรมชาติของน้ำตาลมะพร้าว เครื่องเทศรสจัดจ้าน และรสชาติซีอิ๊วเข้มข้น รังสรรค์เป็นเมนูที่เปี่ยมไปด้วยความอบอุ่นแบบดั้งเดิมและรสชาติต้นตำรับ

Image
เค้กสาคู (ขนมพื้นเมืองมาเลเซีย)

เค้กสาคูไข่มุกนี้มีความนุ่มละมุนเป็นเอกลักษณ์ของเมล็ดสาคูเหนียวนุ่ม ผสานกับกะทิเนื้อนุ่มละมุน และกลิ่นหอมชวนรับประทานของใบเตย เมื่อนำไปนึ่งจนสุกกำลังดี กลิ่นหอมของมะพร้าวอบแห้งจะอบอวลไปทั่วทุกชิ้น มอบสัมผัสที่เบาบาง หอมอร่อย และเนื้อสัมผัสที่เย้ายวนใจ ตัวเค้กมีเนื้อแน่นแต่ยังคงความนุ่มละมุน โรยหน้าด้วยมะพร้าวขูดแห้ง ช่วยเพิ่มความหวานตามธรรมชาติและสัมผัสที่กลมกลืนเป็นชั้นๆ เป็นอาหารแบบดั้งเดิมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น เหมาะสำหรับรับประทานในยามบ่าย หรือจะเสิร์ฟเป็นขนมหวานที่ชวนให้คิดถึงก็ได้

Image
วุ้นกะทินมสด (พร้อมเคล็ดลับการเปิดมะพร้าว)

หลังจากได้ลองกินวุ้นกะทิที่มีกลิ่นหอมของมะพร้าวอย่างเข้มข้นในซาบาห์ ฉันก็กลายเป็น "นักมายากล" ในครัวและได้ลองทำขนมอันโอชะนี้สำเร็จ! ฉันขอแบ่งปันสูตรอันล้ำค่าสองสูตร: สูตรไลท์และสูตรริชดั้งเดิม (กลิ่นหอมนมละมุน) สูตรริชจะเติมวิปครีมและกะทิลงไป กลิ่นหอมนมจะเต็มปากเต็มคำมากจนรู้สึกเหมือนกินเมฆเลยทีเดียว รสชาติหวานละมุนถึงใจเมื่อตักขึ้นมาทาน~ อย่างไรก็ตาม สูตรริชจะมีแคลอรีสูงกว่าเล็กน้อย รับรองว่าคุณจะอิ่มท้องได้อย่างแน่นอน หากคุณต้องการทานบ่อยๆ สูตรไลท์เป็นตัวเลือกที่ดีโดยไม่ต้อง "ปวดท้อง"~ ทำตามขั้นตอนของฉัน เปิดมะพร้าวอย่างสม่ำเสมอ แล้ววุ้นนมก็จะเนียนละเอียด และคุณจะได้รสชาติหวานแบบเดียวกันได้อย่างง่ายดาย!

Image
ขนมเคี้ยวหนึบรูปทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสจากกะทิ

ก้อนสีขาวนวลเคลือบด้วยเกล็ดมะพร้าวละเอียดดูสดชื่นและน่ารับประทานมาก ฉันชอบแบบที่ทำจากผงวุ้นสีขาวมากกว่า เพราะเจลาตินทำให้เหนียว ในขณะที่ผงวุ้นสีขาวให้เนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มและเด้งกำลังดี สูตรนี้ไม่มีครีม ความหวานมาจากนมและกะทิล้วนๆ มีรสชาติมะพร้าวเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน และความหวานกำลังพอดี อร่อยแบบไม่รู้สึกผิดเลย การชงชามะลิในอัตราส่วน 1:50 น้ำ จะลงตัวที่สุด แช่ในน้ำอุณหภูมิ 80-85°C ประมาณ 3-5 นาที กลิ่นหอมสดชื่นของมะลิและความหวานของกะทิผสมผสานกันได้อย่างลงตัว การกัดก้อนวุ้นแล้วจิบชาตามจะช่วยปรับสมดุลความหวาน ทำให้รู้สึกสดชื่นอย่างเหลือเชื่อ เพลิดเพลินกับชานี้กับก้อนวุ้นกะทิเป็นของว่างยามบ่าย หรือทานหลังอาหารเพื่อล้างปากก็ได้ ไม่ว่าจะเพลิดเพลินคนเดียวหรือแบ่งปันกับครอบครัว ก็ล้วนนำมาซึ่งความสุขอย่างแท้จริง